Limitation of foreign business activities in Thailand

Foreign Business Act Even a foreigner may wholly own a business in Thailand, however for some specific business activity; it is restricted and governed by several laws and regulations. The major law governing foreign business activity is the Foreign Business Act, B.E. 2542 (1999) (the “FBA”). The FBA limits the rights of foreigners to engage in certain business activities in Thailand. So, foreigner investors need to consider the FBA carefully before setting up business operation. “Aliens” or “Foreigners” under the FBA is defined as natural persons or juristic entities who do not possess Thai nationality. According to the Foreign Business Act of 1999 (FBA), the term foreigner means: (1) Natural person not of Thai nationality. (2) Juristic person not registered in Thailand. (3) Juristic person registered in Thailand having the following characteristics: (a) Having half or more of the juristic person’s capital shares held by persons under (1) or (2) or a juristic person having the persons under (1) or (2) investing with a value of half or more of the total capital of the juristic parson. (b) Limited partnership or registered ordinary partnership having the person under (1) as the managing partner or manager. (4) Juristic person registered in Thailand having half [...] read more

Severance Pay under Thai Labor Protection Act

Severance Pay If you are employer and you terminate employment agreement with your employee, pls be aware that you shall have to pay the severance pay to the employee upon the termination of employment as follows: (1) if the employee has worked consecutively for one hundred and twenty days but less than one year, the final wage rate of the employee shall be paid for not less than thirty days or not less than the total amount of wage paid for the last thirty days for the employee who agrees to receive wage upon piece-work basis; (2) if the employee has worked consecutively for one year but less than three years, the final wage rate of the employee shall be paid for not less than ninety days or not less than the total amount of wage paid for the last ninety days for the employee who agrees to receive wage upon piece-work basis; (3) if the employee has worked consecutively for three years but less than six years, the final wage rate of the employee shall be paid for not less than one hundred and eighty days or not less than the total amount of wage paid for the last one hundred [...] read more

Legal Marriage in Thailand

marriage Sorry, this entry is only available in %LANG read more

การขอได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของคนต่างด้าว และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว

Land acquisition กรณีคนต่างด้าวขอได้มาซึ่งที่ดิน  ปัจจุบันคนต่างด้าวสามารถที่จะขอได้มาซึ่งที่ดินในประเทศไทยได้ใน 3 กรณี คือ                         1.1 โดยการขอรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเมื่อรวมกับที่ดินที่มีอยู่แล้ว (หรือยังไม่เคยมี) ต้องไม่เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ ตามความในมาตรา 87 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เช่น ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่                           1.2 คนต่างด้าวที่ได้นำเงินมาลงทุนตามจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท อาจขอให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกินหนึ่งไร่ และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยในการขอได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ตามนัยมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน                         1.3 คนต่างด้าวอาจขอได้มาซึ่งที่ดินตามกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ซึ่งสามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 หรือตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.2518 กรณีคนต่างด้าวขอถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด                         คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวจะถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในประเทศไทยได้ต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 2 ประการ หากขาดหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่อาจที่จะถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ กล่าวคือ                         2.1 ต้องเป็นคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุดฯ กรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้                                 (1) เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยแสดงหลักฐานหนังสือเดินทางแสดงสัญชาติของคนต่างด้าว และใบสำคัญถิ่นที่อยู่  (แบบ ตม.11, ตม.15 หรือ ตม.17 อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี)  ซึ่งออกให้โดยกองตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หรือ สำหรับคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งออกให้โดยสถานีตำรวจ ท้องที่ที่คนต่างด้าวมีภูมิลำเนาอยู่ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานขอได้มาซึ่ง กรรมสิทธิ์ในห้องชุดในกรณีนี้ได้ โดยไม่ต้องนำหนังสือเดินทางมาแสดงอีก                                 (2) เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร  ตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการลงทุนโดยแสดงหลักฐานหนังสือเดินทางแสดงสัญชาติของคน ต่างด้าว   และหนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่รับรองว่าเป็นคนต่างด้าว ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน                                 (3) เป็นนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และมาตรา 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย โดยแสดงหลักฐานการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย เช่น บริษัทจำกัด  บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนแล้ว ต้องแสดงหลักฐานหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น                                 (4) เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน โดยแสดงหลักฐานหนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่รับรองว่าเป็นผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน                                 (5) คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่กฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวซึ่งนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร หรือถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ต้องแสดงหลักฐานดังต่อไปนี้                          2.2  การถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลดังกล่าวในข้อ 2.1 เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 49 ของเนื้อที่ห้องชุดทั้ง หมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา 6 โดยมีข้อยกเว้นดังนี้                                 ก. สำหรับอาคารชุดใดที่จะมีคนต่างด้าวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ในข้อ 2.1 ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดเกินกว่าอัตราร้อยละ 49  อาคาร ชุดนั้นจะต้องตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเทศบาล หรือเขตเมืองพัทยา มีที่ดินที่ตั้งอาคารชุดรวมกับที่ดินที่มีไว้เพื่อใช้ หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันสำหรับเจ้าของร่วมทั้งหมดไม่เกินห้าไร่ มีห้องชุดไม่น้อยกว่าสี่สิบห้องชุด ได้จดทะเบียนเป็นอาคารชุดมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันที่จะขอให้คน ต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดเกินร้อยละสี่สิบเก้า และอาคารชุดนั้นต้องไม่ตั้งอยู่ในบริเวณเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่า ด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร                                 ข. เมื่อครบกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 3)  พ.ศ.2542 ใช้บังคับ (วันที่ 28 เมษายน 2542) กฎหมายบัญญัติให้ยกเลิกความในข้อ ก.และให้คนต่างด้าวและนิติบุคคลที่ได้ห้องชุดมาตามข้อ ก.หรือคนต่างด้าวและนิติบุคคลที่ระบุไว้ใน 2.1 ซึ่งรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดต่อเนื่องจากคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลดังกล่าว ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นต่อไปได้ แม้ว่าจะเกินอัตราร้อยละสี่สิบเก้าของเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น                   3. กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีหรือเคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวและบุคคลสัญชาติไทยที่เป็นบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าว ขอได้มาซึ่งที่ดิน                         3.1 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสโดยชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าว ขอซื้อที่ดินหรือขอรับโอนที่ดินในกรณีอื่นที่คล้ายคลึงกันในระหว่างสมรส หรือในระหว่างอยู่กินฉันสามีภรรยากับคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี หากสอบสวนแล้ว ผู้ขอและคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่า เงินที่บุคคลสัญชาติไทยนำมาซื้อที่ดินทั้งหมด เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไปได้                          สำหรับ กรณีที่คู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทย ที่ประสงค์จะซื้อที่ดินหรือห้องชุดนั้นอยู่ต่างประเทศและไม่สามารถไปยืนยัน เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันกับคู่สมรสต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็ให้คู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวไปดำเนินการบันทึกถ้อยคำไว้เป็นลายลักษณ์ อักษรที่สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลหรือโนตารีปัปลิค ให้ได้ใจความว่า เงินทั้งหมดที่คู่สมรสที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยนำไปซื้อที่ดิน หรือห้องชุดนั้นเป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์ส่วนตัวของคู่สมรสที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยทั้งหมด ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นสินสมรส หรือเป็นทรัพย์สินที่คู่สมรสต่างด้าวมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมด้วยแต่อย่างใด และให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับรองว่าบุคคลที่ทำหนังสือนั้นเป็นคู่สมรสของ บุคคลสัญชาติไทยจริง เสร็จแล้ว ถือมามอบให้เจ้าพนักงานที่ดินที่จะทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ ก็จะดำเนินการให้ได้                         อนึ่ง สำหรับกรณีคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวที่ซื้อ หรือถือครองที่ดินหลังสมรส โดยแจ้งหรือยื่นเอกสารเป็นเท็จว่าเป็นโสดหรือไม่ได้สมรสกับคนต่างด้าวต่อเจ้าหน้าที่ก่อนที่กระทรวงมหาดไทยจะมีหนังสือ ด่วนที่สุด [...] read more

Basic Business Organization in Thailand

business organization There are many kinds of business organization for person who would like to do business in Thailand. However, the basic and most favorable are as followings: 1. Sole Proprietorship : The Sole Proprietorship is an unincorporated business owned by one person. All the proprietor’s assets, both business and personal, are subject to attachment or other legal action which may be brought with respect to the business. 2. Partnership : According to Thai law, there are three different types of partnership. They are (1) unregistered ordinary partnership, (2) registered ordinary partnership, and (3) limited partnership. A joint venture or consortium is deemed as kind of unregistered ordinary partnership but may be treated differently under the Revenue Code. (A) Unregistered Ordinary Partnership An unregistered ordinary partnership is one in which all partners are, without limit, jointly liable for all the obligations and debts of the partnership. The partnership cannot be regarded as a juristic entity separate from each partner, who must make a contribution in the form of money, properties or services. (B) Registered Ordinary Partnership If an ordinary partnership is registered, it becomes a separate juristic entity from each partner, who thereby gains the following advantages: (1)The assets of the partnership [...] read more

ตัวอย่างสัญญาซื้อขายเว็บไซด์

สัญญาซื้อขายเว็บไซด์ ปัจจุบันนี้ที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคไอทีอย่างเต็มรูปแบบ มีเว็บไซด์เกิดขึ้นมากมาย ว่ากันว่าการจัดทำเว็บไซด์ในปัจจุบัน ง่ายกว่าในสมัยก่อนมากมาย ทั้งนี้ เนื่องจากว่ามีโปรแกรมสำเร็จลักษณะ CMS ต่างๆ มาช่วยให้การจัดทำเว็บไซด์ง่ายขึ้น แม้คนที่ไม่มีพื้นความรู้ในภาษา php ต่างๆ ก็สามารถใช้ภาษาสำเร็จเหล่านี้เข้ามาช่วยได้ ในปัจจุบัน เว็บไซด์เกิดขึ้นในแต่ละวัน มีจำนวนไม่ใช่น้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เว็บไซด์บางเว็บก็ปิดตัวไป บางเว็บ ดูดีมีศักยภาพ แต่ผู้พัฒนาเว็บไซด์ ไม่มีทุนที่จะต่อยอดได้ ก็จะนำเว็บไซดืเหล่านั้นออกมาขาย ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนมือทั้งการโอนย้ายโดเมนและการโอนย้ายฐานข้อมูลในโฮส บ่อยครั้งที่การซื้อขายเกิดขึ้นได้ง่าย เจรจาปากเปล่าโอนเงินและโอนความเป็นเจ้าของเว็บไซด์ให้แก่กัน แต่ในขณะเดียวกัน บางครั้ง ข้อตกลงไม่เป็นไปตามที่ตกลงด้วยวาจา ดังนั้น หากมีสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นมาเพื่อช่วยป้องกันการผิดสัญญา ก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่คู่สัญญาทุกฝ่าย บทความนี้ นำเสนอตัวอย่างสัญญาซื้อขายเว็บไซด์เพื่อเป็นข้อมูล ทั้งนี้ เนื้อหาในสัญญาอาจจะแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบ เนื้อหาและขนาดของเว็บไซด์ด้วย สัญญาที่เป็นตัวอย่างนี้ ได้เคยมีการร่างให้แก่ลูกความและได้มีการใช้จริงแล้วหลายครั้ง ทั้งนี้ โดยเพื่อป้องกันสิทธิของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และอาจจะปลี่ยนแปลงได้แล้วแต่ความต้องการของคู่สัญญา และหวังว่าสัญญานี้ จะเป็นประโยชน์บ้างตามสมควร ในโอกาสหน้า จะพยายามหาโอกาสนำตัวอย่างสัญญามาแบ่งปันกันอีก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ tsilclaw@gmail.com หรือ โทรสายด่วน (089) 999-4111 ดาวน์โหลด  Website Purchase Agreement – TH read more

Company Registration Process in Thailand

company registration in Thailand If you would like to set up limited company in Thailand, what would you need to know? (1) 3 promoters. These 3 promoters, must be 12 years of age, can be Thai or foreigner. However, these promoters are required to be natural person, not juristic person. Every promoter must subscribe at least 1 share. These promoters are responsible for registering the company with the Department of Business Development, under Ministry of Commerce. The promoters are needed to be available to sign any document during the registration process.The promoters of the company are jointly and unlimitedly liable for all obligations and disbursements not approved by the statutory meeting; even if approved they remain so liable until the completion of registration of the company. (2) Name Reservation Before registration, either 1 of 3 promoters must reserve the company name. The name must not be the same or close to that of other companies. Certain names are not allowed and therefore the name reservation guidelines of the Department of Business Development should be observed. The approved corporate name is valid for 30 days. (3) Memorandum of Association The promoters of the company must file a memorandum of association. The official in charge of [...] read more

Types of Will under Thai Law

will-and-testament Under Thai law, there are 5 types of will as following: 1. Will made in writing: This type of will must be made in writing together with date at the time of the making the will. The testator needs to sign the will before at least 2 witnesses present at the same time certifying the signature of the testator. 2. Will made by holograph document: The testator shall write will by his/ her own holograph the whole text of the document, together with the date and signature. There is no need for witness for this type of will. 3. Will made by a public document: In principle, the testator must declare to the District Office, before at least 2 other persons as witnesses present at the time making the document. The District’s officer shall write down such declaration of the testator and read it to the letter and to the witnesses. Once the testator ascertains that the statement written is accurate, the testator and the witnesses shall sign their names. The will shall be kept at the District Office. 4. Will made by a secret document: Once the will is written, the testator must sign his/ her name on the [...] read more

Prohibited Expenses under Revenue Code : Loan from Director/ Shareholder

dla Prohibited Expenses under Revenue Code : Loan from Director/ Shareholder Normally, when a company is established, it may have its registered share in a high amount. But, when the company calls for the payment of shares, only partial payment is made, which is possible because the Civil and Commercial Code only prescribes that the paid-up capital shall not be less than 25 percent. The consequence is that when such company has operated its business and has losses whereas it has not called for additional payments of registered shares, but procures loans from its shareholders and pays the loan interest to shareholders who have not yet made full payments for their shares. Once the Revenue Department examines and finds out this case, the officer may claim that this cannot be done. The interest expense paid to the company’s shareholders who are not due to registered shares is the prohibited expense I accordance with Section 65 tri (13) of the Revenue Code consisting of the expense not paid for profit seeking or especially for business since the company is able to call the shareholders to make the payment of due share capital, which makes the company have the working capital without any [...] read more

Termination of Directorship

Have you ever been like this? You have been the director of a company, but, one day, you resigned your directorship. However, your name was not removed yet; it still existed and made another person looking at the Company’s Affidavit misunderstand that you still held the office. Sometimes, if you are a celebrity, it may be likely that such company did not require registering a change of its director or deleting your name from the Company’s directorship since your name might be employed somehow or be mentioned for some matters. Previously, the Civil and Commercial Code (“CCC”) did not prescribe about the Company’s undertaking in case of director’s resignation; only the appointment of new director is mentioned stipulating that a company shall register the appointment of new director within 14 days upon the appointment date. When no provision prescribes the specific period notifying the resignation of a company director, and the said circumstance occurred. Such resigning director certainly got in trouble because his/ her name still existed. However, later on, CCC. was amended and prescribed that “a director of any company shall submit a written notice to the company notifying his/ her resignation from office. His/ her resignation shall be [...] read more